12/30/2010

จากใจ ชายแปลงเพศคนหนึ่ง ตอนจบ

เมื่อมาอยู่พัทยา โทมัสเที่ยวกระจาย อัพยา ปาร์ตี้กลุ่ม สนุกสนาน เขาเองไม่ได้สนใจที่จะรักษาตัวเองเท่าไหร่ เพราะเขาบอกให้ฉันหยุดบ่น เขาอยากขึ้นสวรรค์ก่อนตาย ไม่ใช่ตายแล้วไปขึ้นสวรรค์ เพราะเขาไม่แน่ใจว่า เขาจะได้ขึ้นสวรรค์หลังจากตายไปแล้วหรือเปล่า...  
เพื่อนนอน ทั้งเกย์ ทั้งหญิงบาร์ หญิงไม่บาร์ โทมัส จัดให้เรียบ ฉันเองไม่มีอำนาจอะไรไปกะเกณฑ์มากนัก
   แต่อารมร์ของฉัน ณ ตอนนั้น ทำได้เพียงเล่นยา ให้สุขไปวันๆ
ยอมรับว่า โทมัสใจป้ำ หน้าเบิ้ม กระเทยไทย หญิงไทยทั้งหลาย ต่างพากัน วิ่งกรูหาคนหว่านเงิน
แบบโทมัสกันกระเจิง มาตบกันหน้าบ้านและในบ้านก็บ่อยไป แต่โทมัสไม่เคยจะเคลียร์  ฉันเองบางครั้งไม่เห็นหน้าโทมัสเป็นอาทิตย์ ทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน

12/29/2010

จากใจ ชายแปลงเพศคนหนึ่ง ตอน 3

ในปีแรกที่ทำงานอยู่ที่นี่ ทั้งสนุก และเคลียด แต่ด้วยความใฝ่ฝันแล้วฉันอยากจะอยู่ตรงนี้ และเป็นดาว...
เมื่อมีความฝันมันก็ต้อง เปิดทางค้นหาทิศไปสู่ดวงดาว...
ด้วยอาชีพแบบฉันแล้ว ศัลยกรรมเป็นเรื่องกินทานข้าว..นั่นคือในทุกๆวัน ฉันต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ในชีวิตประจำกับการเสิรมสวยๆ งามๆ จะเสิรมจะตัดบางส่วน เพิ่มบางส่วนนั้น มันเหมือนที่แห่งนี้ถูกสาป
จากที่ไม่ค่อยอยากจะสนใจ..สมัยเป็นเกย์ควีน  แต่เมื่ออยู่ตรงนี้แล้ว เส้นทางนี้  ถูกข้อมูลข่าวสารที่ใช้กินแทนข้าวทุกๆ วัน มันก็คล้อยตาม
นึกไปถึงวันที่เริ่มเข้าสู่วงการการโชว์ใหม่ๆ นี้ ฉันคิดว่า กระเทยเด็กๆ ทุกคน ต้องใฝ่ฝันอยากจะเสิรมหน้า ทำนม ตัดส่วนเกินเพิ่มส่วนขาดกันทั้งนั้นแหละ และทำที่ใหนอย่างไร ฉันคิดว่าพวกเรารู้แหล่งดีทีเดียว.... ฉันไม่ต้องเสิรมจมูก...เพราะจมูกโด่งมาแต่เกิดแล้ว ที่อยากทำคือหน้าอก และ สะโพก อยากให้มัน ผายเหมือนรุ่นพี่ๆ จังเลย มันดูสวย งดงาม เหมือนรูปปั้น
ชีวิตช่วงนี้ ฉันก็ทำงานโชว์เป็นตัวประกอบด้วยวัยแล้ว ยังมีโอกาสไปอีกไกล และจากอาชีพครูสอนเต้นแอร์โรบิคแล้ว ฉันไม่มีปัญหาเรื่องการหัดเต้น หัดโชว์ สักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของฉันก็เริ่มอีกครั้ง....

จากใจ ชายแปลงเพศ คนหนึ่ง ตอน 2

ฉันลืมเล่าไปว่า ฉันเป็นนักวิ่งประจำโรคเรียนสมัยประถม.. แต่พอจบประถมแล้ว ฉันก็ไปเรียนต่อ แค่ ม.หนึ่ง เท่านั้น ฉันก็หนีออกจากโรงเรียน และไปทำงานร้านอาหารกับเพื่อนๆ ที่พัทยา ... ตอนนั้นที่ไปน่ะ สนุกมาก จนกระทั่งพี่สาวของฉันมาลากตัวกลับบ้านเพื่อให้ไปเรียนต่อนั่นแหละ ฉันจึงได้เห็นโศกนาฏกรรมที่กระเทยรุ่นเด็กๆ ต่างร้องห่มร้องไห้กันใหญ่ เพราะต้องเกิดการจากลา...
ตอนนั้นฉันไม่อยากกลับไปเรียนต่ออีกแล้ว ก็เลยขอพี่สาว เลือกที่จะเรียนการศึกษาภาคพิเศษจนถึง ม.ปลาย  และไปสอบเข้า มหาวิทยาลัย ราชภัฏ มหาสารคาม  เอกพละ พอจบมาฉันก็เป็นครูสอนเต้นแอร์โรบิค...
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ ถนนสายกระเทย อย่างแท้จริง....

12/28/2010

จากใจ ชายแปลงเพศคนหนึ่ง



สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะทำ... ก่อนที่วันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึงอันใกล้นี้ 
 ก็คือ การนั่งรถกลับบ้านไปหาแม่ที่ร้อยเอ็ด... และอยู่ในอ้อมอกของแม่จนวันสุดท้าย
...ฉันชื่อชาตรี... แต่คนทั่วไปจะเรียกฉันว่า คุณชา...(กระแดะเรียกเนื่องจากให้เกียรติฉัน เพราะฉันเป็นพวกคนละสปีชี่กับพวกคุณ)  และหลังจากนั้น ฝรั่งจะเรียกฉันว่า “ที” ที่แปลว่าชา
สมัยที่ฉันเป็นเด็ก เมื่อ สามสิบปีที่แล้ว กว่าที่ครอบครัวจะรู้ว่าฉันเป็น “อีแอบ” นั่นก็ หลังสิบขวบไปแล้ว  แต่ฉันเองรู้ตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่จำความได้ ว่าชอบอะไรและไม่ชอบอะไร
ณ พ.ศ.นั้น ประเทศไทยแลนด์ยังไม่อ้อแขนรับอีแอบเหมือนปัจจุบัน แต่ฉันก็โชคดีที่ครอบครัวยอมรับและไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด
เพราะคนทั่วไป...บอกว่าฉันฉลาดและมีเสน่ห์ เอาตัวรอด ฉันยิ้มหวานยิ้มเก่ง คำพูดหวาน พูดเพราะ  คิ้วที่หนาได้รูปนั่น ทำให้ใบหน้าฉันน่ามองมากขึ้น แต่ฉันตัวเล็ก... ผิวคล้ำ...
ฉันมีน้องสาวลูกน้า.. ที่ห่างกันเพียง สามปี ...ตอนเป็นเด็กด้วยความคะนอง ฉันพาน้องสาวลูกน้า ไปเที่ยวตะลอนๆ ในวันหยุดแทบจะทุกหยุด เพราะเราถูกเลี้ยงมาด้วยกัน เนื่องจาก น้าสาวและสามีต้องไปค้าขายจังหวัดอื่น เลยทิ้งน้องสาวของฉันไว้ให้ ยายและป้าๆ ก็คือ แม่ฉันและ พี่สาวของแม่ฉัน (เริ่มงง ใช่มั๊ยล่ะ)  ช่วยเลี้ยงดูเธอ ฉันกับน้องจึงสนิทกัน(อันที่จริงฉันมีพี่ชายแท้ๆ แต่เราไม่ได้สนิทกันมากนัก อาจเป็นว่า ฉันรู้สึกว่าเราคนละเพศ นั่นเอง)

12/27/2010

รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอนจบ

 ลมเย็นๆ อากาศสดชื่นจากท้องทะเลแห่งตาฮิติ สร้างความหรรษาแก่หนุ่มสาวทั้งสาม
ยกเว้น อีวานร์เขาหงุดหงิดเมื่อเห็นภาพพอลและแก้วใสต่างหยอกล้อเล่นกัน รวมทั้งสเปียร์อีกด้วย
ตอนนี้อารมณ์อีวานเหมือนฟังเพลงคนละเพลงกับเพื่อนพ้อง
ชายหนุ่มแทบจะไม่พูดอะไรเลย นอกจากฟังเพื่อนๆ คุยอย่างสนุกสนาน
พอล ชวนแก้วใสลงไปเดินตรงท่าเรือเล็กๆ หลังบ้านนั่น
ที่ตาฮิติ จะมีท่าเรือเล็กๆ (เรียกว่าสะพานจะดีกว่ามั๊ง) เอาไว้จอดเรือส่วนตัว จะมีกันทุกบ้าน
ฟังแล้วบางคนบอกว่าเว่อร์... ก็เค้าโดยสารกันทางเรือเวลาข้ามเกาะกันอ่ะนะ และแทบจะมีเรือยอร์ชกันทุกบ้าน (ไม่ใช่ว่ารวยมาก แต่มันจำเป็นสำหรับวิถีชีวิตของคนแถบนี้)  ส่วนรถยนต์ก็โดยสารภายในเกาะ ส่วนใหญ่ก็ เปอร์โย แหละ รถประจำชาติ
ข้างฝ่ายอีวานร์ เดินงุ่นง่าน เป็นไอ้เสือหน้าหยกติดกรง

รักกุ๊กกิ๊ก..เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอน 8

ต้องขออภัยแฟนๆ  เมื่อคืนไม่มีอินเตอร์เน็ตจ้า เลยอัพเรื่องไม่ได้ สงสัยข้างนอกเย็นจัด
....................................................................................................................................
เด็กหนุ่ม ที่นั่งอยู่ในห้องกระจกนั่น เขายังเด็กนัก ไม่น่าจะเกิน 17 ด้วยซ้ำ ข้อมือที่ถูกล็อคด้วยกุญแจมือ ทำให้เขาต้อง เอามือประสานกันตลอดเวลา
สเปียร์บอกว่า เธอไม่อยากจะเอาผิดอะไร เพราะสงสาร เขายังเด็กเกินไป
เขาแค่ต้องการขโมยของเล็กๆ น้อยๆ น่ะ พอล... เราน่าจะช่วยเขาได้นะ สเปียร์จับแขนนาวีหนุ่ม
คดีทำร้ายร่างกายน่ะสเปียร์ จะลองถามดูว่าไม่ต้องส่งสำนวนได้มั๊ย นี่ถ้าวันนั้นคุณเกิดตายขึ้นมาน่ะ จะทำยังไงเขากุมมือเธอ
เด็กน้อยคนนั้น ต้องการเพียงขโมยของ ขโมยเงิน เพราะนึกว่าไม่มีคนอยู่ แต่พอเห็นว่ามีสเปียร์อยู่เขาจึงทำร้ายเธอ เมื่อเห็นเธอฟลุบลงไป เขาตกใจ เลยวิ่งหนี
พ่อแม่เขามาถึงแล้ว และลงมือซ้อมเขาทันที แม่ก็ด่า ปาวๆ พ่อก็ตี... ตำรวจต้องจับแยก

12/26/2010

รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอน 7


หนึ่งเดือนผ่านไป ที่แก้วใสรู้สึกมีความสุข เพราะตอนนี้หมอเองยอมรับเธออย่างเปิดเผย และแสดงออกชัดเจนว่า ต้องการจีบเธอเป็นหวานใจ โดยที่ลด ละ เลิก เหล่านารีทั้งหลาย ให้เวลาเพียงทำงานและแก้วใส เท่านั้น
แต่เธอก็รู้สึกว่า เธอน่าจะรู้สึกมีความสุขมากกว่านี้ เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอดสองปี...แต่ใจเธอ..ทำใม ไม่สุขแบบที่เธอหวังไว้นะ... ไม่เข้าใจตัวเอง
ทางด้านหมอหนุ่มมีความสุข และใจสงบที่มีแก้วใสอยู่เคียงข้าง  แม้ว่าลึกๆ จะรู้ว่าเธอไม่เหมือนเดิมก็ตามเพราะเธอใจลอยบ่อยๆ  แต่เขาก็มั่นใจว่า เขาได้ตามหาหัวใจของตัวเองถูกต้องแล้ว และเขาจะใช้เวลาทั้งหมด พิสุจน์ตัวเองว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปแค่ใหน กับเธอ...
“เธอเหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลาเลยนะแกว... ไม่เหมือนคนอินเลิฟเลยอ่ะ” สเปียร์แอบถามในวันหนึ่งที่ไปนั่งดื่มด้วยกันที่ บาร์ของคริสต๊อป เพื่อนซี้
“ไม่นี่ ฉันมีความสุขดี ตอนนี้ หมอเองก็ใส่ใจฉันมาก เขาดูแลฉันดี แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..ฉันควรดีใจไม่ใช่เหรอ”
“ใช่...เธอควรดีใจ...แต่ที่ฉันเห็นนี่ มันคนละเรื่องนะแกว” เพื่อนสาวแย้ง...
นั่นทำให้เธอ กลับมานอนคิด นั่งคิดว่า เธอสับสนอะไร ใจเธอไม่เต็มร้อยกับหมอ เพราะอะไร
ทำใมเธอถึงคิดถึงคนอื่น คนที่เธอควรจะไม่ชอบเขาด้วยซ้ำ
แม้แต่บนที่นอนนี่ก็เคยมีผู้ชายคนนั้น นอนกอดเธอ และทำให้เธอหลับฝันดี... ใช่ แม้แต่ที่นอนตรงนี้ก็ยังคงมีไออุ่นจากเค้าคนนั้นอยู่...เฮ้อ
............................................................................................
อีวานร์ ไปทำงานที่นิวซีแลนด์ ต้องบินไปและ บินกลับ ระหว่างตาฮิติ กับนิวซีแลนด์ตลอดเวลา
และแม้ว่า เวลาจะผ่านไปเป็นเดือนแล้วก็ตาม แต่ใจเขาก็ไม่เคยลืมแก้วใสเลย ความโกรธยังคงอยู่ และมากขึ้นอีกด้วย
และแฟนสาวเอง ตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย... เธอเองก็ไม่เคยที่จะติดต่อเขา
เมื่ออีวานร์ก้าวถึงบ้าน... รู้สึกว่า เหนื่อยล้า อยากนอนพัก ...
แต่เมื่อถึงห้องนอน ก็พบกระดาษโน๊ต จากหมอฟอร์ท เรื่องขอเลิกกับเขา

12/25/2010

รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ ตอน 6

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นแก้วใสไม่ได้เข้าออฟฟิชเลย หมอหนุ่มรู้สึกคิดถึงเธออย่างบอกไม่ถูก
หลายครั้งที่หันไปมอง ห้องทำงานเธอที่ปิดประตูอยู่ เขารู้สึก เหงา อย่างไรไม่รู้ โดยปกติ ห้องนั้นจะเปิดประตูตลอดเวลา เพื่อที่เขาจะเรียกหาเธอ หรือเดินไปยื่นเอกสารให้เธอบันทึกในไฟล์ เขาก็จะเห็นเธอนั่งรอคำสั่งเขาตลอดเวลา
แต่ตอนนี้ไม่มีเธออยู่ เขาต้องไปออกตรวจคนเดียว...
ใช่ ...เขาก็ทำคนเดียวมาก่อน 
ก่อน ที่จะมีแก้วใส... แต่สองปีกว่าผ่านมานี้ ไม่มีวันใหนที่ขาดแก้วใสไป จะมีเธอเคียงข้างเขา และจัดเตรียมอุปกรณ์ ก่อนออกเดินทางออกตรวจนอกสถานที่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นยาของใคร เอกสารให้คนไข้รายใดเซ็นต์ เธอจะจัดการให้เขาเรียบร้อย ก่อนออกเดินทางเสมอ..
เมื่อไม่มีเธอเหมือนเขาขาดอะไรไปในชีวิต... สาวๆ ที่ล้อมหน้าล้อมหลังก็ไม่สามารถทดแทนแก้วใสได้
ในวันที่มีเธอนั้น เขาอบอุ่น เหมือนเขาไม่ต้องห่วงอะไรกับตัวเอง เขารู้สึกว่าเธอจัดการให้ชีวิตเขาสมบูรณ์
ทำให้เขาสนุกและรู้สึกเหมือนมีเธอคอยซัพพอร์ตอยู่ตลอดเวลา
ในวันที่มีเธอ เขาสามารถทำงานตามโปรแกรมที่เธอจะเขียนวางไว้ที่โต๊ะทุกเช้า... มาถึงก็อ่านกระดาษโน๊ตแผ่นน้อยนั้น จากลายมือเธอ ที่เขียนภาษาฝรั่งเศสผิดๆ ถูกๆ  และหลายครั้งทำให้เขายิ้มเสมอ...จากประโยคผิดไวยากรย์นั่นด้วยลายมือเธอ
แต่บัดนี้ ไม่มีแม้กระดาษโน๊ตแผ่นน้อย..ไม่มีลายมือเธอ

รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอน 5

ทะเลตาฮิติ,ทาฮ่า  ที่น้ำใสแจ๋วแว๋ว
แก้วใสและอีวานร์นั่งรอ อยู่ด้านนอกห้องไอซียูนั่น.... ฝ่ายหญิง ตกใจสมองไคร่ครวญและนึกย้อนกลับไปก่อนที่เธอจะออกจากบ้าน ตอนนั้นสเปียร์กำลังจะเข้านอนแล้ว
และสเปียบอกเธอว่า เธอจะไม่ไปใหน เนื่องจากวันนี้เหนื่อยติดคนไข้มาตลอดบ่ายอีกทั้งพักผ่อนน้อยมาหลายวันแล้ว.. แต่ทำใมร่างของเธอถึงออกมานอนอยู่ตรงนั้น..
ขณะที่ฝ่ายชาย...สับสนวุ่นวายใจ..รู้สึกผิดที่คำพูดของตัวเอง ไปทำร้ายหญิงคนหนึ่งจนร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนว่าเขาได้พรากเอาหัวใจและจิตวิญญานออกจากร่างของเธอก็ไม่ปาน.. และอีกใจสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับสเปีย แต่ไม่กล้าที่จะหลุดคำใดๆ ออกมาเพราะเห็นแก้วใสนั่งเงียบ สงบเสียจนเขารู้สึกถึงความเย็นชานั่น
พอล นาวีหนุ่มพร้อมตำรวจสามนาย มาถึง รพ และสอบถามแก้วใสกับอีวานร์ถึงรายละเอียดตอนที่พบสเปียร์
ตำรวจไปตรวจที่เกิดเหตุบอกว่า เกิดการต่อสู้ในห้องนอน ข้าวของตกแตก และเกลื่อนพื้น ร่องรอยของคนร้ายเข้าทางหน้าต่างในห้องน้ำ

12/24/2010

รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอน 4


“ฉันจะไปงาน เฮ อิ วา นะคืนนี้” แก้วใสบอกเพื่อนสาว ด้วยสีหน้าร่าเริง
“แหม... ไม่เคยเห็นหน้าแกว สดชื่นขนาดนี้มาก่อนเลยนะ   คืนนี้ช่างพิเศษจริงๆ ใช่มั๊ยล่ะ” สเปียร์แหย่  ทำให้แก้วใส ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะวันนี้ หมอหนุ่มเจ้านายเธอเอ่ยปากชวนเธอไป ดูการแสดงโชว์ของสาวตาฮิติ
“ว่าแต่เธอเถอะ วันนั้นเห็นว่า มีปัญหากับผู้ชายคนนั้น เรื่องไปถึงใหนแล้ว” แก้วใส่ถามเพื่อนสาว กรณีที่สเปียร์ อยู่ในเหตุการณ์ในวันที่ ชายตาฮิเตี้ยน ลงมือทำร้ายภรรยาสาว ชาวจีน และสเปียร์เข้าไปห้ามปราม
แต่ถูกชายคนนั้น ตะคอกกลับมาและ พยาบาทเธอว่า ห้ามยุ่งเด็ดขาด  แต่สเปียร์ กลับรับสาวชาวจีนคนนั้นมาไว้ที่บ้าน หนึ่งคืน จนวันรุ่งขึ้นเมื่อเห็นว่า ฝ่ายชายอารมณ์ดีขึ้นแล้วสาวชาวจีนจึงกลับบ้านไป
“ก็ไม่เห็นมีไรนะ วันที่ไปส่งเธอ ก็เห็นสามีเธอไม่ได้ว่าอะไร”  อื้ม ดีแล้วแหละ แก้วใสกล่าว
“คืนนี้เธอจะไปงานดูการแสดงจริงๆเหรอ?”
“จ้ะ..ทำใมล่ะ” 
“เปล๊าก็เห็นเธอไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ เรื่องพวกนี้ หรือเป็นเพราะว่า คนชวน” สเปียร์เอนตัวกระทบไหล่เธอ จนตัวโยก
แก้วใสยังนึกสงสัยอยู่ว่าทำใมหมอถึงชวนเธอไปด้วย... แต่อะไรก็ช่างเถอะ แค่เค้าเอ่ยปากชวน เธอก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว

12/23/2010

รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอน 3

ตอนสาม
พระอาทิตย์ ตกดินที่โบราโบร่า
หมอหนุ่ม ใช้สองมือกุมมือหญิงชราหลังจากที่ย่อตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ หญิงชราที่นอนอยู่บนเตียงนั่น ลูกๆ ของเธอ ยืนอยู่ข้างหลัง หมอโน้มตัวไปคุยกับเธอใกล้ๆ ด้วยกิริยาอ่อนโยน เค้าทำเช่นนี้กับทุกวันที่ต้องออกตรวจ คนไข้ ที่ไม่สะดวกจะไปพบเค้าที่คลีนิค
ภาพที่แก้วใสเห็นนั้น เป็นกิจวัตรของเจ้านาย ที่อ่อนโยน และอบอุ่น
“มาโม่ (แม่)  ต้องกินข้าวนะ และกินยา ต้องดูแลจิตใจตัวเองให้ดี ทุกๆคนไม่อยากจะเศร้านะ และทุกคนรักมาโม่นะ ดูสิ ลูกๆ นี่”  หมอบอกหญิงชราผู้นั้น เค้าจะเรียกหญิงชรา ที่อายุมากๆ ว่า แม่ทุกคน และความอ่อนโยนนั่น ทำให้เค้าเป็นที่รักของชาวบ้านในเกาะแห่งนี้

12/22/2010

รักกุ๊กกิ๊ก... เกาะตาฮิติ นิยายรัก ตอน 2

จากหน้าร้อน จะเข้าสู่หน้าฝน ของที่นี่... ช่วงต้นปีแบบนี้ อากาศร้อนดีนักแล ตรงข้ามกับเมืองไทยแฮะ ที่ต้นปีแบบนี้ อากาศคงจะเย็นสบาย ในหลายพื้นที่
แต่สำหรับตาฮิติ  นั้นเป็นเขตอุ่น ทำให้มีเพียงสองฤดู คือ ร้อนและฝน

และทะเลของที่นี่ก็เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล จากสีเขียวน้ำทะเล ก็เป็นสีฟ้าเข้ม และสีฟ้าอ่อน ส่วนพื้นที่นอกวงแหวนออกไปในทะเลลึกนั่น ก็เป็นสีน้ำเงินตลอดเวลา...  เมื่อมองจากเครื่องบิน เกาะเหล่านี้ ช่างสวยงามเกินจินตนาการ
วันหนึ่งในหน้าฝน... หญิงสาวอายุไม่ถึงสิบแปด เธอวิ่งฝ่าสายฝนที่โปรยปรายเล็กน้อยนั่น  เข้ามาพบหมอ... ซึ่งแก้วใสไม่ได้ออกไปดูเนื่องจากว่า มันเป็นเวลาใกล้เที่ยง และจะเตรียมปิดคลีนิคแล้ว.. แต่แก้วใสก็ได้ยินเสียงคุยระหว่างหมอกับคนไข้สาวน้อยคนนั้น ชัดเจนผ่านเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ
วัตถุประสงค์ของ สาวน้อยนางนั้น ต้องการที่จะทำแท้งค์ ลูกของเธอ ซึ่งอายุ ครรภ์เกือบห้าเดือนแล้ว

12/21/2010

..รักกุ๊กกิ๊ก...เกาะตาฮิติ



พล็อตเรื่อง
พระเอกปากหมา หน้าดุ...ได้รับฉายาว่า ไอ้เสือหน้าหยก ที่มีแฟนสวย หลังจากลาออกจากราชการทหารก็กลายมาเป็นนักบินฝึกหัด ของสายการบินแอร์ตาฮิติ และไปฝึกบินโปรแกรม ซิมมูเลชั่น ของการบินไทย เป็นเวลา สามเดือนที่เมืองไทย... และที่ฮ่องกงอีก สามเดือน
นางเอก สาวไทย ขี้เหร่ บ้านนอก แต่เย่อหยิ่งในสายตาของพระเอก เป็นนักกายภาพบำบัด
ทั้งสองเจอกัน ในเที่ยวบินเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ- ญี่ปุ่น และต้องกัดกันต้องแต่วันแรก ที่เจอ
นางเอกหลงรักเจ้านาย คาสโนว่า ส่วนพระเอก สุดปลื้มกับสาวฝรั่งเศสในแฟชั่นไอโซ แต่ก็ต้องถูกสาวสะบัดทิ้งเหมือนสะบัดรองเท้า...
คืนนั้น...พระเอกกลับจากไฟล์ทผู้ช่วยนักบิน ที่นิวซีแลนด์ กลับมาเจอโน๊ตแฟนสาว ทิ้งไว้ดูต่างหน้า ก่อนที่จะ หอบหิ้วข้าวของ ออกไปพบรักใหม่ กับหนุ่มวิศวะกรไฟฟ้า รูปหล่อ
แล้วคืนนั้นที่พระเอกอกหัก และออกไปดื่ม ที่บาร์เพื่อนซี้ เจอสาวขี้เหร่นั่งหันหลังคุยอยู่กับเจ้าของบาร์เพื่อนชี๊ของเขา ที่หน้าเค้าเตอร์นั่น เค้าเห็นเธอในชุดสีดำเปิดหลัง เสื้อด้านในสีดำ สายไขว์นั่น เผยให้เห็นแผ่นหลังที่สวยเซ็กซี่... ทำให้พระเอกคิดว่า นางเอก ออกมานั่งอ่อยเหยื่อ เหมือนกับสาวพัทยาที่เค้าเคยเจอ...ที่เมืองไทย
เกิดการปะทะกัน...เพราะไอ้เสือดันเมาและพูดจาดูถูกสาวไทย... ทำให้นางเอกสุดทน ฟาดหน้าพระเอก กะฝากรอยนิ้วทั้งห้า...  พระเอก ใช้สองมือ บีบลำคอ ระหงนั่น และเปลี่ยนใจมาจูบเธอ แบบไม่ทันตั้งตัว..
เธอตบเข้าที่รอยนิ้วที่เดิมตะกี๊...แต่พระเอกเหมือนไม่รู้สึกตัวแล้ว รู้แต่ว่า รสจูบเมื่อกี๊มันช่างหอมละมุน จนอยากที่จะลิ้มลองอีกสักครั้ง... 
นางเอกเห็นว่า ไอ้เสือหน้าหยก เมาไม่รู้เรื่อง กะเดินหนี แต่เค้าคว้า ตัวเธอเข้าไปกอดแนบแน่น และพูดที่ข้างหู เธอว่า
“เจอ เต็ม “ ฉันรักเธอ ... ทำเอานางเอก ตกใจ และช็อคกับประโยคนั้น...
..........................................................ติดตามในเนื้อเรื่องค่ะ........................................................

12/15/2010

กูเกิ้ล แอดเซนส์ Google Adsense


เอาล่ะ เมื่อได้บล็อกสวยๆ แล้ว และ ไปอัพเรื่องราว แล้วสัก 5-6 เรื่อง คราวนี้เราก็มา สมัคร กูเกิ้ล แอดเซนส์กันค่ะ

ตัวกูเกิ้ลแอดเซนส์นี้ จะเกิดรายได้ ก็ต่อเมื่อคนอ่านบล็อกของเรา แล้วคลิกป้ายโฆษณาในบล็อกของเราเท่านั้นค่ะ  (หรือป้ายขายยาที่ดิฉันเรียก)
ถ้าคนมาเปิดอ่านอย่างเดียว เจ้าของบล็อกก็จะไม่มีรายได้เกิดขึ้นแต่อย่างใดนะคะ ;-)
     ข่าวดีคือ ตอนนี้เราสามารถสมัครเป็นภาษาไทยได้แล้ว และ บล็อกของเราก็เขียนเป็นภาษาไทยแล้วสามารถนำไปสมัครกับ กูเกิ้ล แอดเซนส์  แต่ก่อนขั้นตอนการสมัคร ฉันขอเน้นอีกครั้งว่า กูเกิ้ลต้องการให้บล็อกเรามีเนื้อหาที่เพียงพอในการโฆษณาเสียก่อน หากใช้คำในเนื้อหาน้อยเกินไป แล้วโปรแกรมพิเศษของกูเกิ้ลในการตรวจจับ ไม่เจอคำที่น่าสนใจ เค้าก็อาจปฏิเสธการสมัครของเราได้ หรืออาจจะไม่ปฏิเสธ แต่ส่งเมล์มา บอกว่า บล็อกของเราเนื้อหายังไม่สมบูรณ์ ให้เราสมัครใหม่อีกครั้งเพื่อบล็อกเราสมบูรณ์ (ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่) ดังนั้นต้องระมัดระวังมาก
     อีกทั้งการนำชื่อและนามสกุลเดิม ที่ถูกปฏิเสธไปแล้วนั้น จะเอาไปสมัครอีก ณ ปัจจุบันทำได้ยากยิ่งกว่า หาทางไปเที่ยวรอบโลกเสียอีกค่ะ จึงแจ้งมาให้ทราบทั่วกัน
๑.สมัครกูเกิ้ล แอดเซนส์
www.google.com/adsense   ก็จะได้เจอหน้าจอนี้นะคะ

12/14/2010

ทำบล็อคให้เป็นเงิน

ตอนแรกจะขอทดลองระบบสองเดือนก่อน แต่ไปๆมาๆ เข้ามาเขียนเลยดีกว่า
เพราะไม่มีความร่วมมือจากการคลิกป้ายขายยาให้สักเท่าไหร่ ก็เลยไม่ต้องรอสองเดือน (แต่ข้อมูลทางสถิติไม่มีเพราะไม่เกิดการคลิกป้ายขายยา) 


     ก่อนที่จะได้รู้จัก กูเกิ้ล แอดเซนส์ www.google.com/adsense  นั้นก็ตั้งใจจะเขียนบล็อคเพื่อเป็นบันทึกส่วนตัว ก็ใหนๆ จะทำบล็อคอยู่แล้วก็เลยพ่วงเรื่องการทำบล็อคให้เกิดรายได้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

12/11/2010

เกมส์ชีวิต ของเมียฝรั่ง (ต่อตอนจบ)



เสียงที่กรีดร้องโหยหวนนั่น ทำเอาฉันขนลุกขนพอง  ยิ่งเวลามืดสนิทแบบนี้ด้วย  แต่ฉันก็ยังเกาะประตูโผล่หน้าอยู่ด้านหลังแม่เสี่ยวของแม่ฉัน ทั้งกลัวทั้งอยากเห็น
ตอนแรกฉันไม่รู้ว่าเค้าทำอะไรกับพี่นงคราญ แต่ยายอาม ที่ใช้มือกดท้องน้อยของพี่นงคราญ อย่างเอาเป็นเอาตายนั่นก็ไม่ผ่อนแต่อย่างใด
“เอายาให้มันกินอีกจักนอยแน่”  ยายอามสั่งแม่พี่นงคราญ  เสร็จแล้วก็กดท้องน้อยพี่นงคราญต่อไป  เสียงกรีดร้องนั่นมันหลอน จนสยบเสียงทุกสรรพสิ่ง
แล้วพี่นงคราญก็กรีดดังขึ้นอีก... “ โอ๊ยยยยยยยยย   พอแล้วๆ  เจ็บหลายๆ”
แล้วเลือดก็ไหลออกมา พร้อมๆ กับเสียงคล้ายนกพิราบตีปีก ร้องเสียง ดัง “กรู กรู” ข้างนอกห้องครัวนั่น มันช่างเป็นเสียงดุจดั่งพญามัจจุราช โบยบินออกไป พร้อมชีวิตใครคนหนึ่ง...
ฉันยังจำได้ดีในวันนั้น...  วันที่พี่นงคราญต้องให้ยายอาม มาหาก่อนค่ำมืดวันนั้น และฉันก็วิ่งตามแม่เสี่ยวของแม่ฉันไป ที่บ้านพี่นงคราญนั่น
ตัวพี่นงคราญมีลูกสาวคนหนึ่งนี่แหละ แต่ผัวแกไหลตายเมื่อปีกลาย  ซึ่งในปีพ.ศ. นั้น ผู้ชายต่างพากันไหลตายกันทั้งบ้านทั้งเมือง  และเชื่อกันว่า มีผีแม่หม่ายมาเอาไป และนั่นก็เชื่อกันว่า ผู้ชายทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่ต้อง ทาเล็บมือสีแดง เล็บใดเล็บหนึ่ง  เพื่อหลอกผีแม่หม่ายว่า คนที่ทาเล็บนั้นเป็นผู้หญิง เพื่อที่ผีจะได้ไม่มาเอาวิญญานไป...  ดังนั้นผู้ชายทุกคนก็พากันทาเล็บแดงกันหมด... ยกเว้นตาสุข พ่อของฉัน!!!!! แกไม่เคยเชื่ออะไรแบบนั้นอยู่แล้วแหละ เห็นแม่ฉันบอกว่า ผีแม่หม่ายจะไม่มารับตาสุขไปหรอก เพราะแกบ่นเยอะ ผีรำคาญ  ...สงสัยจะจริง

12/10/2010

ความรักทำให้คนตาบอด...เซ็กซ์ทำให้คนตาบอดและหูหนวก

     ช่อเป็นสาวสังคม ที่รักแฟชั่น รักสวยรักงามเป็นชีวิตจิตใจ เธอแต่งงานกับคุณทรงชัยเสี่ย
เจ้าของธุรกิจร้านเพชรนำเข้ารายใหญ่ ที่สุดในย่านนี้ เสียทรงชัยแก่คราวอา (เกือบแก่เท่าพ่อ)
และมีลูกหนึ่งคน แต่ด้วยความสวยของช่อ ที่ไม่เคยสร่าง ทำให้เสียทรงชัยหวงนักหนา
ตัวช่อเองเป็นนักเรียนเซนต์โยเซฟและครอบครัวทำธุรกิจโรงแรมมาตั้งแต่รุ่นตายาย
ชีวิตแต่งงานของเธอเป็นที่อิจฉาของบรรดาเพื่อนๆ เพราะแม้ว่าเสี่ยทรงชัยจะแก่รุ่นอา
แต่ก็หล่อบาดใจสาวๆ รุ่นพี่รุ่นน้องของช่อ  มองผ่านๆ เหมือนเธอจะสมบูรณ์แบบ
และวันนั้น เลี้ยงรุ่น..ฉันจำได้ดี... ราตรีพาแฟนหนุ่มมาด้วย เป็นลูกครึ่งรุ่นน้องหลายปี เรียนอยู่ที่นิวยอร์ค พวกเราพากันแซวเรื่องป้ากินเด็ก ซึ่งราตรีภาคภูมิใจเป็นที่สุด และวันนั้น อรัญแฟนของราตรีก็ได้รู้จักกับช่อ... และพวกเราทุกคน
จากวันนั้น ช่อไปเดินช็อปปิ้ง และได้เจออรัญโดยบังเอิญ ทั้งสองไปนั่งคุยกันที่ ร้านอาหารญี่ปุ่น
และคุยกันอย่างถูกคอ จากการเจอกันครั้งนั้น ทำให้ช่อและอรัญ ได้จัดเจอกันอีกสองสามครั้ง
โดยที่ไม่มีใครรู้ สองคนพัฒนาความสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว

12/09/2010

เบื้องหลัง เวทีแห่งความงาม...ตอนสอง

“แอร์  วันนี้เสี่ยทรง เค้าอยากให้แอร์ไปทานข้าวที่โรงแรมคืนพรุ่งนี้”  พี่ทรายมากระซิบถามแอร์ ที่นั่งข้างๆ ฉันพอดี
“เท่าไหร่ล่ะพี่ “ แอร์ถาม พี่ ทรายทำมือ สามนิ้ว
“ตกลง “  แอร์ตอบ
อะไรกันนั่น... ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย    “ไปด้วยสิ” ฉันบอก พี่ทราย แหว มาทันที  “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก อย่างเอ็งน่ะไปอยู่หลังครัวโน่น ไปเอากาแฟให้ทีสิ”
ฉันหัวหด ไม่กล้าถามใหม่อยู่แล้ว กลัวแม่ตะคอกเอาอีก....   ฉันมารู้ทีหลังว่า  หลายๆ ครั้งที่นางงามในสังกัดของพี่ทรายนั้น บางทีก็มีงานนอก กินเลี้ยงมั่ง รับแขกบ้านแขกเมือง ทางการเมืองว่างั้น  แต่ฉันก็ไม่เคยได้รับสิทธิ์ อันทรงเกียรตินั้นหรอก เหตุเพราะพี่ทรายบอกว่า ฉันสวยไม่พอมาตรฐานที่จะไป
 และนางงามของเธอก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ  ส่วนใหญ่ก็อยู่ในอาชีพกัน คนละ สอง สามปี ก็มีคนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ  จะมีก็แต่ฉันที่เป็นเด็กยกกระเป๋าเครื่องสำอางค์ให้พี่ทรายพ่วงตำแหน่งไปด้วยในตัว และคอยดูแลแกเรื่องอาหารการกินและทานยา ทานวิตามิน อะไรก็ไม่รู้มากมายก่ายกอง     
เกือบสองปี ที่ฉันยังคงทำงานกับพี่ทราย